เมื่อปลายเดือนเมษาที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปเที่ยวชมพระราชวังบางปะอินเป็นครั้งแรก สภาพอากาศไม่ดีนัก โชคยังดีที่ไม่โดนฝนเทกระหน่ำ แต่ฟ้าก็ขาวโพล จึงจำต้องหาทางเลี่ยงทำไฟล์ภาพออกมาโทนนี้ ไฟล์ภาพบางส่วนก็
เกิดสูญหายไปกับการโหลดข้อมูลกู้กลับมาไม่ได้ เสียดายๆ ..คราวหน้าต้องมีรอบสอง รอบสามต่อไปแน่ๆครับ ..เฝ้าคอย ฤดูกาลที่แตกต่าง..ครับ เพื่อจะกลับไปเยือนอีกครั้ง
ผมได้นำข้อมูลบางส่วนลงไว้ประกอบภาพชุดนี้ด้วย ที่จริงยังมีภาพพระที่นั่งและรายละเอียดอื่นๆในบริเวณที่น่าสนใจอีกมาก
ค้นหาข้อมูลไม่ยากครับ...
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ในกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงปัจจุบันของไทยนั้น เรามีพระมหากษัตริย์จนถึงปัจจุบันอยู่ 9 พระองค์ด้วยกัน และ ในกรุงเทพฯนี้เองที่มีวังเจ้ามากที่สุดใน ประเทศไทย นับตั้งแต่มีการเริ่มตั้งชาติไท ย้อนกลับมาดูกรุงเก่าอย่างอยุธยาอันเป็นราชธานีเดิมนั้น จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เรามีวังเจ้าอยู่จริงๆ เพียง 2 วัง นั่นคือพระราชวังโบราณ และ พระราชวังบางปะอิน
• พระราชวังบางปะอิน
๏ พระราชวังมีแต่ครั้ง บุราณมา
จอมกษัตริย์แห่งอยุธยา ท่านสร้าง
เรืองนามทั่วทิศา บางปะ อินแล
ริมฝั่งลำน้ำกว้าง แจ่มหล้าจรัสศรี ๚
ประวัติความเป็นมาตามพระราชพงศาวดารกล่าวว่า สมเด็จพระเอกาทศรถเสด็จประพาสทางน้ำเพื่อล่องเจ้าพระยา แล้วเรือพระที่นั่งเกิดล่มลงในลำแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงบริเวณเกาะบ้านเลน อยุธยา พระองค์จึงได้พบกับหญิงสาวชาวบ้านที่ชื่อ “อิน” แล้วต่อมาได้กำเนิดพระโอรส ซึ่งภายหลังได้ขึ้นครองราชย์มีพระนามว่า “สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง” หรือพระศรีสรรเพ็ชญ์ที่ 5 ( พ.ศ. 2172-2199 ) จากนั้นสมเด็จพระเจ้าปราสาททองได้ถวายเคหสถานเดิมของพระองค์ให้สร้างวัดในปี พ.ศ.2175 พระราชทานชื่อว่า “วัดชุมพลนิกายาราม” และได้ให้ขุดสระน้ำขนาดใหญ่ พร้อมกับสร้าง “พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพย์อาสน์” ไว้กลางสระน้ำ นับแต่นั้นมาพระราชวังแห่งนี้ก็เป็นที่เสด็จประพาสเพื่อความสำราญพระราชหฤทัย ของพระเจ้าแผ่นดินแห่งกรุงศรีอยุธยาตลอดมา และคงรกร้างทรุดโทรมไปแต่ครั้งเสียกรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2310 เป็นต้นมา
ต่อมาเมื่อถึงยุครัตนโกสินทร์ พระราชวังบางปะอินได้รับการบูรณะฟื้นฟูอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งสำหรับเป็นที่ประทับ มีเรือนแถวสำหรับฝ่ายในและมีพลับพลาริมน้ำ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างพระที่นั่งและสิ่งก่อสร้างต่างๆขึ้น ดังที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันนี้ ซึ่งยังคงใช้เป็นที่ประทับ ที่ต้อนรับพระราชอาคันตุกะและพระราชทานเลี้ยงรับรองในโอกาสต่างๆเป็นครั้งคราว
พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ [ภาพ 070428-070e2p.jpg]
เป็นพระที่นั่งปราสาทโถงทรงจตุรมุขอยู่กลางสระน้ำ รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้สร้างเมื่อพ.ศ.2419 โดยจำลองแบบมาจากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาทในพระบรมมหาราชวังที่กรุงเทพฯและพระราขทานนาม “ไอศวรรย์ทิพยอาสน์” ตามพระที่นั่งองค์แรกซึ่งพระเจ้าปราสาทโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เดิมพระที่นั่งสร้างด้วยไม้ทั้งองค์ ต่อมารัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าฯให้เปลี่ยนเสาและพื้นเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด ปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปหล่อสัมฤทธิ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในฉลองพระองค์เต็มยศจอมพลทหารบก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้น
ประตูเทวราชครรไล [ภาพ 070428-051e2p.jpg]
เป็นประตูทางเข้าพระราชฐาน สะพานนี้มีลักษณะพิเศษคือ มีแนวฉากคล้ายบานเกล็ดกั้นกลางตลอดแนวสะพานเพื่อแบ่งเป็นทางเดินของฝ่ายหน้าด้านหนึ่งและฝ่ายในอีกด้านหนึ่งซึ่งฝ่ายในสามารถมองลอดออกมาโดยตัวเองไม่ถูกแลเห็น
หอวิฑูรทัศนา [ภาพ 070428-077e2p.jpg]
หอวิฑูรทัศนา เป็นหอสูงยอดมน ตั้งอยู่กลางเกาะในพระราชอุทยาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2424 เพื่อใช้เป็นหอส่องกล้องชมภูมิประเทศและดูดาว
การเดินทาง :-
ทางรถยนต์ :-
พระราชวังบางปะอินตั้งอยู่ในอำเภอบางปะอิน ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะเมืองมาทางทิศใต้ประมาณ 18 กม. โดยใช้เส้นทางที่แยกจากเจดียวัดสามปลื้ม (เจดีย์กลางถนน) ให้เลี้ยวซ้ายโดยผ่านวัดใหญ่ชัยมงคล วัดพนัญเชิง ไปยังบางปะอินพอมาถึงสถานีรถไฟบางปะอินแล้วให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางจนถึงพระราชวังบางปะอิน หากมาจากกรุงเทพฯ ตามถนนพหลโยธิน พอมาถึงประตูน้ำพระอินทร์แล้วให้ข้ามสะพานวงแหวนรอบนอก จะมีทางแยกซ้ายบริเวณกม.35 ไปพระราชวังบางปะอินเป็นระยะทางอีก 6 กม.
ทางรถโดยสารประจำทาง :-
จากสถานีขนส่งสายเหนือ ( หมอชิต 2 ) นั่งรถสายกรุงเทพฯ - บางปะอิน ไปลงที่ บขส. บางปะอิน ( สุดสาย ) จากนั้นเหมาสามล้อเครื่องไปส่งที่พระราชวังบางปะอิน ค่าโดยสารสำหรับสามล้อ 20 บาท รถปรับอากาศชั้น 2 สายกรุงเทพ - บางปะอิน ขึ้นรถบริเวณฝั่งตรงข้ามห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ค่าโดยสาร 17 บาท
ทางรถไฟ :-
สามารถขึ้นรถไฟจากสถานีรถไฟหัวลำโพงมายังสถานีรถไฟอำเภอบางปะอิน จากนั้นต่อรถสองแถว รถสามล้อเครื่อง หรือรถมอเตอร์ไซค์ไปยังพระราชวังบางปะอิน
พระราชวังบางปะอิน เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ไม่เว้นวันหยูดราชการ) ตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 น.อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก-นิสิต นักศึกษา (ในเครื่องแบบ)-พระภิกษุ สามเณร 20 บาท นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ 50 บาท ผู้ที่ประสงค์จะเข้าชมโปรดแต่งกายสุภาพ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ :-
สำนักพระราชวังบางปะอิน ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โทร. 0-3526-1548 , 0-3526-1044
แหล่งข้อมูล :-
http://travel.sanook.com/bangkok/bangkok_06470.phphttp://www.geocities.com/lekpage//bangpain.html http://www.hamanan.com/tour/ayutthaya/bangpainpalace.htmlhttp://www.oceansmile.com/K/Ayuttaya/Ayuttaya4.htmhttp://www.thai-tour.com/thai-tour/Central/Ayutthaya/data/place/bangpa_in.htmhttp://www.tourinthai.com/sitetravel/travel-detail.php?travel_id=285- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
{ มองมุมต่าง }
thehorizon
http://thehorizon.multiply.com/photos/album/52sigum
http://sigum.multiply.com/photos/album/86- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -