"ข้อความจากโปสการ์ด..ที่ไม่ได้เขียน จากทริปหกพู"
060505-07 Hok Phu, Khao Nan NP
060507
ฝากฟ้ากรุงชิง
สวัสดี ไวน์หอมหวาน
บ้านหลังเล็กที่ไม่คับแคบ ผู้คนมากมาย นักท่องไพรสองกลุ่มใหญ่กับกลุ่มคนนำทาง รวมกันราวสามสิบกว่าคน พี่ๆกลุ่มคนนำทางจับกลุ่มพูดคุยใต้ชายคาฟางแห้ง พวกเรากับนักท่องไพรอีกกลุ่มที่เพิ่งเดินทางลงมาจากยอดหกพู ต่างก็สาละวนกับสัมภาระของตน บางคนหลบหายเข้าไปในบ้านชำระล้างร่างกาย บางคนที่ไม่อยากรอต่อคิวก็เดินหายลงไปริมธารน้ำไหลด้านลง เป็นปกติของช่วงวันหยุดยาวที่มักจะมีผู้มาเยี่ยมเยียนบ้านหลังเล็กๆนี้หลายสิบคน จนเหมือนว่าจะวุ่นวายไม่น้อย
เมื่อเช้าตื่นขึ้นมาก็หกโมงแล้ว กว่าจะจัดการกับที่นอนและก็ตัวเองก็สิบกว่านาที คว้ากล้องออกไปตั้งใจเก็บภาพยามเช้า สภาพธรรมชาติเบื้องหน้าแสงทองเบื้องล่าง ระยับหมอกฟุ้งปลิวจากสันเขาใกล้ตาด้านขวา เคลื่อนสู่แนวเขาไกลตาทางซ้าย ค่อยๆเคลื่อนตัว ไม่ช้าไม่เร็วนัก แต่ก็แทบจะเก็บภาพแต่ละอิริยาบทที่หมอกเคลื่อนตัวแทรกแนวเขาไว้ไม่ทัน แต่ละจังหวะที่หมอกเคลื่อน แนวเขาก็เปลี่ยนไป ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อที่จะเก็บภาพแนวเขาเดิมๆที่รู้สึกไม่เหมือนเดิม
อีกไม่ช้าต้องขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ แล้ว ภาพธรรมชาติของป่าเมืองใต้ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ยังคงตรึงตา...
เช้าแรกบนยอดหกพู เหนือบริเวณที่พักขึ้นไป พอจะมีพื้นที่ว่างให้ได้ยืนชมวิวโดยรอบ มองออกไปเวิ้งว้างกว้างสุดสายตา ก้มมองจากช่องมองภาพ เห็นจุดเล็กๆค่อยๆเคลื่อนออกไปด้านนอก เมื่อละจากช่องมองภาพ จุดเล็กๆเปลี่ยนเป็นเรือหาปลากำลังเคลื่อนออกจากอ่าวสู่เบื้องหน้าที่ซึ่งพระอาทิตย์กำลังเคลื่อนพ้นจากเส้นขอบฟ้า แสงฉาบสีทองทั่วท้องน้ำสีคราม
บ่ายคล้อยหลังเนินเต่า มีรองเท้านารีคางกบให้เก็บภาพระหว่างรอฟ้า พอฟ้าเป็นใจแหวกช่องให้เห็นทิวทัศน์แนวเขาเบื้องล่าง หน้ากล้องหันเปลี่ยนทิศมาจับภาพแนวเขาที่ถูกฟุ้งหมอกแทรกกลาง ช่วยเน้นแนวเขาให้สะดุดตา ถ่ายภาพอยู่นาน หากแสงไม่หมดก็ไม่เลิกถ่ายกัน ทั้งที่เป็นทิวทัศน์เดิมๆแนวเขาเดิมๆแต่ระยับหมอกนี่สิที่เปลี่ยนแปลง ฟุ้งเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้ยากที่จะตัดใจหยุดถ่ายภาพทิวเขาสวยๆที่อยู่ตรงหน้า
เช้าพรุ่งนี้ก็คงกลับไปใช้ชีวิตตามปกติในเมือง คงอีกเกือบเดือนกว่าจะได้ออกมาสัมผัสธรรมชาติสบายๆเช่นนี้อีกครั้ง ..หากถามวาชอบไหม คำตอบที่ได้ "ไม่ว่าภูเขาหรือทะเลไกล ชอบที่ไหน ชอบที่มีเธอ"
